แชงกรีลา – แดนสวรรค์ที่คนอายุยืน
ปีที่ 29 ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2551 เดือน ธันวาคม - มกราคม 2551
ปราโมทย์ ประสาทกุล

            เมื่ออาทิตย์ก่อน ผมมีโอกาสขับรถจากหนองคายไปเลย (ไปจังหวัดเลยนะครับ ไม่ใช่ไปแล้วไปเลย หรือเลยไป อะไรอย่างนั้น) ลองนึกถึงแผนที่ประเทศไทยดูนะครับ เมื่อเราเข้าสู่ภาคอีสานที่นครราชสีมา มุ่งหน้าไปทางเหนือผ่านขอนแก่น แวะกินไก่ย่างเขาสวนกวางอันลือชื่อ  ผ่านอุดรธานี ถึงตัวเมืองหนองคายที่มีสะพานมิตรภาพข้ามไปฝั่งลาว ที่เมืองหนองคายนี้ ถ้าเลี้ยวขวาเลียบแม่น้ำโขงเลาะเรื่อยลงมา ผ่านนครพนม ถึงมุกดาหารที่มีสะพานข้ามไปเมืองสะหวันเขตของลาว เส้นทางสายนี้ก็สวยมาก ผมเคยไปมาแล้วเมื่อ 7 ปีก่อน

 

            คราวนี้ จากหนองคายผมเลี้ยวซ้าย ไปตามถนนลัดเลาะเลียบลำโขง ซึ่งอยู่ทางขวามือ  มาทางอำเภอท่าบ่อและศรีเชียงใหม่ แล้วเข้าสู่เขตจังหวัดเลย  ถนนเส้นนี้ร่มรื่น สวยงาม  ไปนอนพักค้างคืนที่แก่งคุดคู้ ของอำเภอเชียงคาน ตรงข้ามฝั่งโขงเป็นเทือกเขาในดินแดนลาว  ยามเช้ามีหมอกบาง ๆ คลุมทิวเขา ทิวทัศน์เกาะแก่งในแม่โขงดูเย็นตา

 

            เมื่อทำใจให้สบาย ผ่อนอารมณ์ในสิ่งแวดล้อมที่สุขสงบ ใจผมก็เผลอคิดไปว่า พื้นที่ประเทศไทยบริเวณหนองคาย เลย โดยเฉพาะพื้นที่ริมฝั่งโขงแถบนี้ ช่างน่าอยู่ จนอยากจะเรียกว่าเป็น แชงกรีลา  หรือ แดนสวรรค์บนดิน  ของประเทศไทย

 

แชงกรีลา แดนสวรรค์บนดิน

 

            ที่ต้องใส่คำว่า บนดิน ต่อท้ายคำว่า แดนสวรรค์ ก็เพื่อแสดงว่าเป็นสวรรค์ที่อยู่บนพื้นโลก ไม่ใช่สวรรค์ที่เป็นสถานสถิตย์ของนางฟ้าเทวดา หรือ สวรรค์ในอก นรกในใจ   อย่างที่เขาพูดกัน

 

            แชงกรีลา เป็นดินแดนที่รื่นรมย์ สุขสงบ และที่สำคัญคือคนที่อาศัยอยู่ในแชงกรีลาจะมีความสุข สบาย ไม่เคร่งเครียด ไม่มีจิตวิตกกังวล และดังนั้นแชงกรีลา จึงมี ศตวรรษิกชน อยู่เป็นจำนวนมาก  แม้อายุเกินร้อยปีแล้วศตวรรษิกชนชาวแชงกรีลาก็ยังไม่แก่ยังแข็งแรง กระฉับกระเฉงดังคนหนุ่มสาว   ศตวรรษิกชนชาวแชงกรีลาเป็นคนอายุยืนอย่างมี คุณภาพ ไม่ใช่มีชีวิตยืนนานแต่ต้องนอนติดเตียง ช่วยตัวเองไม่ได้  ต้องมีคนคอยช่วยดูแลตลอดเวลา  ชาวแชงกรีลาที่มีอายุยืนเหล่านี้ ย่อมเป็นผู้สูงอายุในฝันที่พวกเราอยากจะเป็นกัน

 

            จะมีแชงกรีลาในเมืองไทยอยู่บ้างไหมหนอ

 

แดนสวรรค์บนดินนี้อยู่ที่ไหน

 

            แชงกรีลาเป็นดินแดนในจินตนาการ ที่มีความงดงาม และผู้คนมีอายุยืนยาวโดยไม่แก่   แชงกรีลาแดนมหัศจรรย์นี้เริ่มมาจากนิยายขายดีเรื่อง Lost Horizon ของ James Hilton ซึ่งพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ.1933 ต่อมาสร้างเป็นภาพยนต์แสดงนำโดย Ronald Colman

 

            ในนิยายเรื่องนี้ แชงกรีลา เป็นดินแดนที่ซ่อนตัวอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่งในเทือกเขาแถบทิเบต  เครื่องบินพระเอกและพวกอีก 3-4 คนรอดจากอุบัติเหตุ และได้พลัดหลงเข้าไปยังดินแดนลึกลับซับซ้อน ผ่านช่องเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ  สู่ดินแดนมหัศจรรย์ที่งดงาม สุขสงบผู้คนร่าเริงสนุกสนาน  ชาวแชงกรีลาที่เป็นศตวรรษิกชนมีอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ก็มีเด็ก ๆ อยู่ไม่น้อย อายุคนวัดกันเป็นร้อย ๆ ปี ไม่ใช่เป็น  สิบ ๆ ปีอย่างที่คนภายนอกเขานับกัน  แต่ถ้าชาวแชงกรีลาหลุดออกจากดินแดนแห่งนี้ อายุก็จะหดสั้นลงเหลือเป็นเพียงนาทีเท่านั้น  เมื่อพี่ชายของพระเอกพาคนรักที่อายุร้อยกว่าปีออกจากดินแดนแห่งนี้สู่โลกแห่งความเป็นจริง ร่างเธอก็ล้มลงหน้าตาร่างกายเปลี่ยนสภาพแก่ลงอย่างรวดเร็วจนสลายกลายเป็นผุยผงไปต่อหน้าต่อตา 

 

นิยายก็คือนิยาย ทิ้งปมให้เราสงสัยว่าชาวแชงกรีลาในนิยายเรื่องนี้แต่งงานและมีลูกกันเมื่ออายุเท่าไร  เฉลี่ยมีลูกสักกี่คน ตายเมื่ออายุเท่าไร  ถ้าไม่มีคนเกิด คนตายเลย ก็น่าสงสัยว่าประชากรแชงกรีลาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร นิยายเรื่องนี้เมื่อสร้างเป็นภาพยนตร์ มีฉากเด็กละเล่นสนุกสนานกันอยู่ แต่สงสัยว่าเด็ก ๆ เหล่านั้นอายุเป็นร้อยปีแล้วหรืออย่างไร

 

แชงกรีลาแดนสวรรค์ของศตวรรษิกชน

 

            แชงกรีลา จากนิยายของฮิลตันเรื่องนั้น ได้กลายเป็นแดนสวรรค์บนดินที่อยู่ในความฝันและจินตนาการของผู้คนในเวลาต่อมา  ในช่วงคริสตทศวรรษที่ 1970 สื่อในประเทศตะวันตกได้ประโคมข่าวเรื่องแชงกรีลาในแง่ที่เป็นดินแดนที่คนอายุยืนกันมาก  มีข่าวออกมาเรื่อย ๆ ว่าได้พบแชงกรีลา ดินแดนที่มีศตวรรษิกชนเป็นจำนวนมาก ที่โน่นบ้าง  ที่นี่บ้าง  มีการทำเป็นสารคดีพิเศษว่าดินแดนเหล่านั้นสวยงามอย่างไรผู้คนกินอยู่กันอย่างไร ทำไมจึงมีอายุยืน

 

            แชงกรีลา  แห่งหนึ่งพบในตอนเหนือของปากีสถาน เป็นหมู่บ้านในหุบเขาฮันซา (Hunza Valley มีผู้บอกว่าน่าจะเขียนเป็นภาษาไทยว่าหุบเขาหรรษา) ข่าวว่าเป็นดินแดนที่งดงาม ผู้คนมีอายุยืน  คนที่อายุร้อยยี่สิบสามสิบปีแล้ว    แต่ก็ยังแข็งแรง ไม่แก่เหมือนกับว่ายังเป็นหนุ่มสาวอยู่ ทีเดียว

 

            แล้วสื่อก็ประโคมข่าวว่าไปเจอหมู่บ้านอีกแห่งหนึ่งในหุบเขาแอนดีส เขตประเทศอีกัวดอร์ คือหมู่บ้านวิลคาแบมบา (Vilcabamba) ที่มีศตวรรษิกชนอยู่เป็นจำนวนมาก

 

            ทั้งสองหมู่บ้านนี้มีอะไรที่เหมือน ๆ กันอยู่หลายอย่าง เช่น อยู่ในหุบเขาเหมือนกัน อากาศเย็นและเบาบางเหมือนกัน เป็นสังคมชนบทแบบดั้งเดิม ไม่มีคำจำกัดความของการเกษียณอายุ  ผู้คนให้ความเคารพนับถือผู้อาวุโส แต่ข้อสงสัยเกี่ยวกับศตวรรษิกชนในหมู่บ้านทั้งสองนี้อยู่ที่ข้อมูลอายุซึ่งไม่มีหลักฐานว่าเกินร้อยปีจริงหรือไม่  เพราะหมู่บ้านทั้งสองไม่มีระบบการจดทะเบียน และที่สำคัญคือไม่มีแม้กระทั่งภาษาเขียน  อายุที่บอกว่าเกินร้อยปีก็เป็นการกล่าวอ้างกันไป ซึ่งก็น่าจะเกินจริงเสียเป็นส่วนมาก

 

            แชงกรีลาอีกแห่งหนึ่ง เป็นข่าวออกจากดินแดนหลังม่านเหล็ก คือ สหภาพโซเวียตในขณะนั้น ข่าวประโคมว่า ชาวคอเคเซียนที่อาศัยอยู่ในชุมชนหลายแห่งแถบเทือกเขาคอเคซัส แคว้นจอร์เจีย และอาเซอร์ไบจัน  มีศตวรรษิกชนอยู่มากถึง 5,000 คน หรือคิดเป็นอัตราศตวรรษิกชน 50 คนต่อประชากรแสนคน  นักข่าวตะวันตกต่างพากันลงไปทำข่าวเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของคนที่นั่น เพื่อจะหาคำตอบให้ได้ว่าผู้คนกินอยู่กันอย่างไร  แต่ที่นี่ก็อีกเช่นกันมีปัญหาเรื่องหลักฐานอายุของผู้คน ในแถบนี้ไม่มีระบบการจดทะเบียนเกิด    สหภาพโซเวียตเพิ่งจัดระบบการจดทะเบียนประชากรใน ภูมิภาคนี้ขึ้นในปี ค.ศ.1917 (ตรงกับปีที่ประเทศไทยออกพระราชบัญญัติการจดทะเบียนเกิดและตาย ในสมัยรัชกาลที่ 6 พอดี) หลักฐานอย่างอื่นที่น่าจะใช้ได้ เช่น การทำพิธีรับศีลมหาสนิทในโบสถ์ก็พึ่งไม่ได้ เพราะโบสถ์ในแถบนี้ส่วนใหญ่ถูกทำลายในช่วงของการทำสงครามก่อตั้งสหภาพ

 

            ในปี ค.ศ.1973  วารสารเนชันแนลจีโอกราฟฟิคทำสารคดีเรื่องอภิศตวรรษิกชนชาว       คอเคเชียนในสหภาพโซเวียตจนเป็นข่าวใหญ่   โรงงานโยเกิร์ตในอเมริกาแห่งหนึ่งเหมือนได้รางวัลแจ็คพอท  เพราะข่าวแพร่ออกมาว่า ชาวคอเคเซียนกินโยเกิร์ตเป็นอาหารประจำ โยเกิร์ตในอเมริกาเลยขายดิบขายดี  คนอเมริกาเกิดคลั่งไคล้กินโยเกิร์ตไปตามกระแสเพื่อจะได้มีสุขภาพดีและชีวิตยืนยาวอย่างชาวคอเคเซียนบ้าง

 

            ตอนนั้นมีสปอตโฆษณาโยเกิร์ตยี่ห้อหนึ่ง  เป็นแม่อายุ 100 ปี จับแก้มลูกชายอายุ 80 ปี  ด้วยความเอ็นดู พร้อมบอกว่า อย่าลืมทานโยเกิร์ตนะจ๊ะลูก

 

            ที่จริงแล้ว เรื่องศตวรรษิกชนชาวคอเคเซียนที่มีเป็นจำนวนมากนี้ เป็นแผนโฆษณาของ  สหภาพโซเวียต  เพื่อชวนให้เชื่อว่าในประเทศสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ ผู้คนอายุยืน และมีสุขภาพดีโซเวียตพิมพ์แสตมป์ดวงหนึ่งเป็นรูปของคุณตาชาวคอเคเซียนที่มีอายุ 168 ปี (ผมอยากเห็นแสตมป์ดวงนี้จัง) แต่ถ้าเราตั้งสติแล้วคิดไตร่ตรองสักเล็กน้อย ก็จะคิดออกว่า เป็นไปไม่ได้ที่คนจะมีอายุสูงถึงขนาดนี้ ตามหลักฐานที่มีอยู่ อายุขัยของมนุษย์สูงสุดน่าจะไม่เกิน 120 ปี

 

แชงกรีลาของจริงอยู่ที่เกาะโอกินาวา

 

            ถ้าแชงกรีลาหมายถึงดินแดนที่ผู้คนมีอายุยืนแล้ว  ก็คงจะต้องยกให้เกาะโอกินาวาของประเทศญี่ปุ่นเป็นแชงกรีลาของจริง  ผู้คนบนเกาะนี้มีที่อายุเกิน 100 ปีอยู่เป็นจำนวนมาก ที่สำคัญคือ ศตวรรษิกชนในเกาะโอกินาวานี้เป็นของจริง มีหลักฐานยืนยันเชื่อถือได้ เพราะญี่ปุ่นมีระบบการจดทะเบียนชีพ (เกิดและตาย) มาตั้งแต่สมัยเมจิ คือเมื่อ 100 กว่าปีก่อน  จึงมั่นใจได้ว่า อายุ 100 กว่าปีของศตวรรษิกชนชาวโอกินาวานั้นไม่มั่ว  หากมีทะเบียนเกิดเป็นหลักฐานยืนยันได้แน่ชัด

 

            ปัจจุบัน โอกินาวามีประชากรทั้งหมดประมาณ 1.3 ล้านคน  และมีศตวรรษชนมากถึง 400 คน เท่ากับว่ามีศตวรรษิกชน 34 คน ต่อประชากรแสนคน ซึ่งนับเป็นอัตราที่สูงสุดในโลก ชาวโอกินาวา แม้จะอายุเกิน 100 ปี แล้ว แต่ก็ยังดูหนุ่มสาว ไม่อ้วน ไม่ลงพุง แววตาคมชัดแจ่มใส กระฉับกระเฉง กระตือรือร้น ดูไม่เหมือนคนแก่ที่ผ่านโลกมาแล้วเกิน 100 ปี

 

เลย แชงกรีลา ของเมืองไทย

 

            เมื่อไม่นานมานี้ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ลงข่าวว่าที่จังหวัดเลย มีศตวรรษิกชนอยู่เป็นจำนวนมาก ข่าวกล่าวถึงคุณยายคนหนึ่ง อายุ 116 ปี ซึ่งนับว่าเป็นอภิศตวรรษิกชนแล้ว  และยังมีคนอายุเกิน 100 ปีอยู่ในจังหวัดเลยอีกหลายสิบคน ผมยังไม่มั่นใจข้อมูลจำนวนศตวรรษิกชนชาวเลยที่ได้มาจากทะเบียนราษฎรนักว่าจะบันทึกอายุคนร้อยปีได้ถูกต้อง ประเทศไทยเพิ่งมี พรบ.การจดทะเบียนเกิดและตายเมื่อปี พ.ศ.2460 คือเมื่อไม่ถึง 100 ปีมานี้เอง  แม้หลังจากมีการจดทะเบียนเกิดแล้ว แต่ก่อนคนก็แจ้งปีเกิดเป็นปีไทยเพื่อบันทึกไว้ในทะเบียนสำมะโนครัว เพิ่งมาเปลี่ยนเป็นวันเดือนปีเกิดสากลเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง  ตอนที่ระบบทะเบียนราษฎรของไทยเปลี่ยนวันเดือนปีเกิดของคนในทะเบียนจากปีไทยเป็นสากลก็มีการนับผิดไปบ้าง  บางทีผิดไปเป็นรอบสองรอบปีนักษัตร (รอบละ 12 ปี) และประสบการณ์ที่ผมได้พบมา คนร้อยปีเป็นจำนวนมากมีแต่ชื่อค้างอยู่ในทะเบียน แต่ตัวได้เสียชีวิตไปแล้ว   ดังนั้น  จำนวนศตวรรษิกชนที่แท้จริงของจังหวัดเลยจะเป็นเท่าไร คงต้องลงไปตรวจสอบดูให้แน่ชัดกันอีกที

 

            อย่างไรก็ตาม พื้นที่บริเวณริมโขงของจังหวัดเลยและหนองคายอาจมีศตวรรษิกชนอยู่เป็นจำนวนมากจริง ๆ  ก็ได้   ภูมิประเทศและสิ่งแวดล้อมที่สวยงาม อากาศบริสุทธิ์สำหรับหายใจและบรรยากาศที่สุขสงบในพื้นที่แถบนี้ น่าจะเอื้อให้ผู้คนที่อยู่อาศัยในพื้นที่มีอายุยืน (ถ้าหากไม่ถูกอิทธิพลของบริโภคนิยมจากภายนอกเข้าไปรบกวนมากนักและไม่มีเหตุการณ์น้ำโขงเอ่อล้นวฝั่งท่วมบ้านเรือนผู้คนในฤดูมรสุม)  ความจริงอายุคนเราจะยืนนานอย่างมีคุณภาพ ย่อมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งอาหารการกิน อารมณ์ สภาพสังคม ฯลฯ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น  แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็อยากเห็นดินแดนริมโขงแถบเลยและหนองคายเป็นแชงกรีลาของไทยที่ผู้คนมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ

 

            เดี๋ยวนี้อ้างกันว่าที่นั่นก็เป็นแชงกรีลา ที่โน่นก็เป็นแชงกรีลา เลยดูเหมือนจะมีแชงกรีลาหลายแห่งในโลก อย่างเช่น โปขลา ที่อยู่เชิงเขาหิมาลัยในประเทศเนปาล เขาก็ว่าสวยงามนัก หรืออีกแห่งหนึ่งที่ใครต่อใครเล่าลือกันว่าสวยงามเหลือเกิน คือ จิ่วไจ้โก ที่ประเทศจีน หรือ ต้าชิงดินแดนทิเบตซึ่งเป็นของจีน  ที่จีนอ้างว่าเป็นแชงกรีลาตัวจริง  แต่ไม่รู้ว่าคนในเมืองที่อ้างกันว่าเป็นแชงกรีลาเหล่านี้จะมีอายุยืนเป็นร้อย ๆ ปีมากน้อยแค่ไหน

 

            แชงกรีลาของประเทศอื่นผมไม่เคยไป  เคยแต่เลียบผ่านริมโขงของเลยและหนองคาย   กับเคยเห็นตัวตึกของโรงแรมแชงกรีลาริมแม่น้ำเจ้าพระยาอีกแห่งหนึ่งเท่านั้น

 

เอาเป็นว่า ตอนนี้ผมขอยกให้เมืองเลยเป็นแชงกรีลาของประเทศไทยไปก่อนก็แล้วกัน