การนำกลับมาใช้ใหม่
ปีที่ 31 ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2554 เดือน กุมภาพันธ์ - มีนาคม 2554
วรชัย ทองไทย

 การนำกลับมาใช้ใหม่  หรือรีไซเคิล  (recycle) คือ การนำเอาสิ่งของที่ทิ้งแล้ว กลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง โดยสิ่งของที่ทิ้งนั้นอาจเป็นของที่ยังอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้ดีอยู่  แต่เจ้าของไม่ต้องการ หรือเป็นของที่ถูกทิ้งเพราะใช้การไม่ได้ แต่สามารถซ่อมแซมให้ใช้ได้  หรือเป็นของที่ถูกทิ้งเพราะหมดสภาพใช้การไม่ได้แล้วก็ได้ ซึ่งการนำกลับมาใช้ใหม่นี้  ต้องผ่านขบวนการต่างๆ จากง่ายไปหายาก ตามแต่สภาพของสิ่งของนั้น เช่น    ถ้ายังใช้ได้ดีก็เพียงแต่ทำความสะอาด  ถ้าใช้ไม่ได้ก็เพียงแต่ซ่อม แต่ถ้าหมดสภาพแล้วก็ต้องผ่านกรรมวิธีทางอุตสาหกรรมที่สลับซับซ้อน  เป็นต้น

           การนำกลับมาใช้ใหม่นี้เป็นเรื่องปกติธรรมดาตามธรรมชาติ  เพราะธรรมชาติรู้ดีว่าสิ่งของในโลกนี้มีอยู่อย่างจำกัด ถ้าไม่นำกลับมาใช้ใหม่ สิ่งของนั้นก็จะหมดไป  ตัวอย่างที่เห็นได้ คือ     น้ำจืดและฝน กล่าวคือ น้ำย่อมไหลจากที่สูงคือภูเขาลงสู่ที่ต่ำคือ ทะเล น้ำจากภูเขาเป็นน้ำจืดและสะอาด  แต่เมื่อผ่านแม่น้ำ ลำคลองและชุมชน ก็เริ่มสกปรกจนถึงทะเลก็กลายเป็นน้ำเค็มไป ถ้าไม่มีฝนซึ่งเป็นขบวนการธรรมชาติของการนำกลับมาใช้ใหม่แล้ว  น้ำจืดก็จะหมดไปจากโลก

           คนเราก็ตระหนักถึงข้อจำกัดนี้เช่นกัน  การนำกลับมาใช้ใหม่จึงเกิดขึ้นอยู่เสมอในชีวิตประจำวันทั่วไป เช่น การใช้สิ่งอุปโภคได้แก่  เสื้อผ้า รองเท้า จาน และช้อน เป็นต้น ที่เมื่อใช้แล้วก็จะนำมาซักล้างให้สะอาดและนำกลับมาใช้ใหม่  จนกระทั่งเก่า   จนใช้การไม่ได้จึงทิ้งไป

           แต่ในระบบทุนนิยมที่ถือเอา  “กำไร” เป็นเป้าหมายและมีปรัชญาว่า “มากดีกว่าน้อย” ได้สนับสนุนให้ผลิตในปริมาณมากเพื่อให้ต้นทุนต่ำ  และเมื่อของมีปริมาณมาก ก็ต้องให้คนได้บริโภคมากตามไปด้วย เพื่อให้ของขายได้หมด ระบบทุนนิยมจึงมาพร้อมกับกระแสบริโภคนิยม  ที่สนับสนุนให้คนบริโภคมากจนเกินจำเป็น

           นอกจากนี้กระแสบริโภคนิยมก็ได้สร้างค่านิยม  “บริโภคมากมีความสุขมาก” ขึ้นอีกด้วย โดยการโหมโฆษณาเพื่อให้คนเกิดความอยากที่จะบริโภคของใหม่ตามแฟชั่น  เพราะ “ความสุขคือ การได้สนองความอยาก เมื่อคนเราได้รับสิ่งที่ตนอยากก็จะมีความสุข”  แต่ความอยากของมนุษย์มี 2 ชนิด คือ ความอยากที่เป็นตัณหา  อันเป็นความอยากที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีขอบเขต
  กับความอยากที่เป็นฉันทะ อันเป็นความอยากที่มีปัญญากำกับซึ่งไม่ขึ้นอยู่กับปริมาณ  ทำให้บริโภคน้อยก็มีความสุขได้

           การบริโภคตามกระแสสังคมดังกล่าว  ก่อให้เกิดการใช้จ่ายที่ฟุ่มเฟือย และก่อให้เกิดขยะต่างๆ มากมาย เช่น การแต่งกายตามแฟชั่น  หรือการใช้จานและช้อนชนิดใช้ครั้งเดียวทิ้ง เป็นต้น การนำกลับมาใช้ใหม่จึงเป็นเรื่องที่ต้องตระหนัก  และจำเป็นที่ต้องสอนเพื่อให้คนเราได้ดำรงชีวิตอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติ และมีความสุขที่ถาวร

           ดังได้กล่าวแล้วว่า การนำกลับมาใช้ใหม่มีหลายวิธีการ  ตั้งแต่ง่ายไปหายาก ที่ยากที่สุดคือ กรรมวิธีในการทำสิ่งของที่หมดสภาพจนกลายเป็นเศษขยะไปแล้ว  ให้กลับเป็นของใหม่ที่มีคุณค่า

           ดังนั้น Mayu Yamamoto  นักวิจัยของ International Medical Center ในประเทศญี่ปุ่น  ที่ได้พัฒนาวิธีการสกัดสารวานิลลิน (vanillin: สารที่ทำให้เกิดกลิ่นและรสวานิลลา)  จากมูลวัว จึงได้รับรางวัลอีกโนเบล สาขาเคมีในปี พ.ศ. 2550 ไปตามระเบียบ

รางวัลอีกโนเบล:  รางวัลสำหรับงานวิจัยที่กระตุ้น  “ตุ่มหัวเราะ” ก่อน “ตุ่มความคิด”