การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 2558: ความพร้อมของแรงงานไทย?
ปีที่ 32 ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2555 เดือน เมษายน - พฤษภาคม 2555
ศิรินันท์ กิตติสุขสถิต

อีก 3 ปี ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน (ASEAN Community)

ประชาคมอาเซียน คืออะไร

ประชาคมอาเซียน เป็นการรวมตัวกันของประเทศสมาชิกในภูมิภาค 10 ประเทศ ได้แก่ ไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน เวียดนาม ลาว พม่า และ กัมพูชา โดยผู้นำของทุกประเทศได้ร่วมลงนามในปฏิญญาว่าด้วยความร่วมมืออาเซียน ให้อาเซียนรวมตัวเป็นชุมชนหรือประชาคมเดียวกัน ร่วมมือ ช่วยเหลือ และสนับสนุนกันในด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคมวัฒนธรรม เพื่อให้อาเซียนเป็นชุมชนที่มีความเข้มแข็ง เป็นชุมชนที่มีการเชื่อมโยงระหว่าง สินค้า ประชาชน การลงทุน และนวัตกรรมที่สามารถเดินทางไปมาอย่างไม่มีอุปสรรคทั่วทั้งภูมิภาค โดยมีเส้นทางคมนาคมที่เชื่อมโยงติดต่อกันได้อย่างสะดวก และประชาชนอาเซียนสามารถเคลื่อนย้ายถิ่นฐาน และใช้ทรัพยากรของประเทศสมาชิกได้อย่างสะดวก ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

ประชาคมอาเซียน ประกอบด้วยเสาหลัก 3 เสา ได้แก่

ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน (ASEAN Security Community - ASC)
เพื่อให้ประชากรในภูมิภาคอยู่ร่วมกันอย่างสันติมีความปลอดภัยและมั่นคง

ประชาสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural Community - ASCC)
เพื่อให้ประชากรแต่ละประเทศอาเซียนอยู่ร่วมกันภายใต้แนวคิดสังคมที่เอื้ออาทร มีสวัสดิการทางสังคมที่ดี และมีความมั่นคงทางสังคม

ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN Economic Community - AEC)
มุ่งให้เกิดการรวมตัวกันทางเศรษฐกิจ และการอำนวยความสะดวกในการติดต่อค้าขายระหว่างกัน อันจะทำให้ภูมิภาคมีความเจริญมั่งคั่ง และสามารถแข่งขันกับภูมิภาคอื่นๆ ได้ เพื่อความอยู่ดีกินดีของประชากรในประเทศอาเซียน

การเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ในปี 2558

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (2554) ระบุเป้าหมายสำคัญของการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน คือ การให้ประชากรของประเทศสมาชิกมีการค้าขายระหว่างกันมากขึ้น มีการไปมาหาสู่กันได้อย่างสะดวก และมีศักยภาพในการแข่งขันกับโลกภายนอกได้ โดยต้องการให้เป็นตลาดและฐานการผลิตเดียว เน้นการเคลื่อนย้ายสินค้า
  การบริการ การลงทุน เงินทุน และแรงงานมีฝีมือระหว่างกันอย่างเสรี

การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมืออย่างเสรีนั้น ในเบื้องต้น ได้มีการทำข้อตกลงร่วมกัน (Mutual Recognition Arrangement: MRAs) ใน 7 สาขาวิชาชีพ เกี่ยวกับ คุณสมบัติของวิชาชีพหลัก แรงงานเชี่ยวชาญ หรือผู้มีความสามารถพิเศษ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเคลื่อนย้ายได้อย่างเสรี ใน 7 สาขาวิชาชีพ ดังกล่าว ได้แก่ วิศวกรรม พยาบาล สถาปัตยกรรม การสำรวจ แพทย์ ทันตแพทย์ และ บัญชี ซึ่งจะเริ่มต้นในปี 2558

ทั้งนี้ มีการคาดการณ์จากผู้เกี่ยวข้องว่า ประเทศไทยมีแนวโน้มเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว และศูนย์กลางอาหารโลก ในส่วนของอุตสาหกรรมการผลิต และการบริการบางประเภทจะขยายตัว อาทิ การท่องเที่ยว การคมนาคม การบริการสาธารณสุข และโลจิสติกส์
 
  นอกจากนี้ ดร.สุทัศน์ เศรษฐบุญสร้าง ผู้แทนการค้าไทย กล่าวในการสัมมนา SMEs FORUM ครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2554 ว่า อุตสาหกรรม 5 ประเภทที่สำคัญของประเทศที่เข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ได้แก่   การก่อสร้างและวัสดุก่อสร้าง เนื่องจากจะต้องมีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โรงงาน ที่พักอาศัย และอาคารพาณิชย์ต่างๆ อุตสาหกรรมอาหารและวัตถุดิบด้านเกษตร เช่น ข้าว ยาง น้ำตาล และ มัน การบริการด้านโลจิสติกส์ เช่น ขนส่ง   การเก็บรักษาสินค้าและการตรวจสอบคุณภาพสินค้า รวมทั้งพิธีการศุลกากร บริการที่เกี่ยวข้องกับการค้า เช่น ธุรกิจขายปลีก/ขายส่ง บริการด้านการเงิน การตั้งสำนักงานภาษีและกฎหมาย ตลอดจน การท่องเที่ยว เมื่อมีการคมนาคมขนส่งที่ดี สิ่งแรกที่จะเข้ามาตามเส้นทางเหล่านี้คือนักท่องเที่ยว

ดังนั้น ในอีก 3 ปีข้างหน้า (1 มกราคม 2558)

ทั้ง 10 ประเทศดังกล่าว จะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอนจากการเปลี่ยนแปลงด้านการเมืองและความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเปลี่ยนแปลงในการรวมตัวเป็น ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน จะเห็นชัดเจนได้จาก การลงทุนในธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆ ที่มีความเสรี ผลประโยชน์ และอำนาจต่อรองต่างๆ ระหว่างคู่ค้า

ข้อสำคัญ แรงงานทักษะ และแรงงานเชี่ยวชาญ จะเป็นแรงงานที่ตลาดแรงงานทั้ง 10 ประเทศ มีความต้องการสูง

ความพร้อมของแรงงานไทยในการเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน?

อีก 3 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะไม่ขาดแรงงานฝีมือ หรือแรงงานเชี่ยวชาญอีกต่อไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง   ใน 7 สาขาวิชาชีพ ตามข้อตกลง MRAs เนื่องจาก จะมีแรงงานทักษะจากประชาคมอาเซียน เข้ามาเป็นตัวเลือก  ในการสมัครแข่งขันเข้าทำงานในองค์กรทั้งภาคผลิตและภาคบริการ ที่มีชื่อเสียงและความมั่นคง แรงงานทักษะเหล่านี้จะได้รับค่าจ้างสูง รวมทั้งมีศักยภาพและอำนาจเพียงพอที่จะต่อรองกับนายจ้างเกี่ยวกับ อัตราค่าจ้าง สวัสดิการ   และความก้าวหน้าในสาขาอาชีพ

จากการประเมินความพร้อมของราชการไทย แม้ว่า รัฐบาลมีนโยบายในการดำเนินการแผนงานในกรอบอาเซียน   ซึ่งระบุไว้ชัดเจนในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 (2555-2559) รวมทั้ง แต่ละหน่วยงานต่างมีแผนงานในการเตรียมรับประชาคมอาเซียน อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติยังมีการประสานงานที่ไม่พร้อม ไม่แน่ชัดว่า ใครทำอะไร   แค่ไหน อย่างไร ที่สำคัญ การประเมินความพร้อมด้านบุคลากร พบว่า มีความรู้ทางเทคนิคแต่ขาดความรู้ด้านต่างประเทศ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการค้า และภาษี

หนังสือพิมพ์คมชัดลึก เมื่อ วันที่ 16 พฤษภาคม 2554 รายงานข่าวว่า จากการประเมินความพร้อมภาคประชาชน เรื่อง ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนและผลกระทบ โดยสำรวจนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยชั้นนำใน 10 ประเทศสมาชิก ปรากฎว่า ประเทศไทยอยู่อันดับสุดท้ายของผลการสำรวจ

จ็อบสตรีทดอทคอม สำรวจ คุณลักษณะบัณฑิตใหม่ที่องค์กรต้องการ ใน 305 องค์กร เมื่อต้นปี 2555 ปัญหาหลักที่พบ คือ บัณฑิตใหม่ไม่สู้งาน ย้ายงานหรือเปลี่ยนงานบ่อย ขาดความรับผิดชอบ นอกจากนั้น ยังมีปัญหาเรื่องทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ ขาดทักษะการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และขาดความกระตือรือร้นในการทำงาน สำหรับลักษณะ   ไม่พึงประสงค์อื่นๆ ที่ตัวแทนฝ่ายนายจ้างระบุ อาทิเช่น การเรียกเงินเดือนที่สูงเกินไป ขาดวินัย ไม่รักษาเวลา ขาดความเคารพนบนอบ ไม่รู้จักกาละเทศะ ไม่รับผิดชอบ และมั่นใจในตัวเองมากเกินไป

ในขณะเดียวกัน รายงานการประกาศผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต)   ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ประจำปี พ.ศ. 2554 ระบุสถิติพื้นฐาน   ค่าเฉลี่ยผลสอบโอเน็ต 8 วิชา ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั่วประเทศ เฉพาะวิชาภาษาอังกฤษ จาก 100 คะแนน ได้เพียง 19.22 คะแนน สิ่งที่น่ากังวล คือ นักเรียนกลุ่มนี้จะเป็นบัณฑิตในอีก 3 - 4 ปี ข้างหน้า ซึ่งจะต้องมีศักยภาพพร้อมที่จะแข่งขันในตลาดแรงงานเสรี ประเด็นที่ต้องติดตามคือ การเรียนการสอนภาษาอังกฤษระดับมัธยมและระดับมหาวิทยาลัยของไทย จะมีการปรับแก้ใด้ทันหรือไม่

แม้ว่า แรงงานทักษะไทยใน 7 สาขาวิชาชีพ ตามข้อตกลง MRAs รวมทั้ง แรงงานเชี่ยวชาญสาขาอื่น ที่เกี่ยวข้อง  ดังที่กล่าวมาแล้ว จะเป็นแรงงานที่มีศักยภาพ และเป็นที่ต้องการของตลาด แต่การเตรียมความพร้อมด้าน ภาษาอังกฤษ มีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่ง เนื่องจากอาเซียนใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางในการสื่อสารและติดต่อประสานงาน นอกจากนี้ การเตรียมความพร้อมในด้านความรู้ความเข้าใจและการใช้กฎหมายการค้า หรือ ภาษีที่เกี่ยวข้อง ก็เป็นความจำเป็นและเร่งด่วนในเบื้องต้นเช่นกัน

ในอีก 3 ปีข้างหน้า

แรงงานไทยจะมีความพร้อมเพียงไรในการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC)

นับเป็นสถานการณ์ที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด