อายุเกษียณ สำคัญไฉน?
ปีที่ 32 ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2555 เดือน สิงหาคม - กันยายน 2555
มนสิการ กาญจนะจิตรา

การกำหนดอายุเกษียณของประเทศไทยในปัจจุบันนั้นเหมาะสมหรือไม่ คำถามสำคัญ ที่ต้องการคำตอบ ทั้งที่หลายคนกำลังก้าวย่างเข้าสู่เงื่อนไขของการเกษียณอายุการทำงาน  ในวันนี้ เราหันหลังแลหน้า ขบคิดและทบทวนเรื่องนี้กันอย่างถี่ถ้วนจริงจังแล้วหรือยัง

แน่นอนเมื่อเราพูดถึงอายุเกษียณ เราพูดถึงภาคที่อยู่ในระบบเท่านั้น เพราะภาคที่อยู่นอกระบบไม่มีการกำหนดอายุเกษียณ  สามารถเลือกที่จะเลิกทำงานเมื่อไหร่ก็ได้ แรงงานไทยปัจจุบันที่ทำงานอยู่ในระบบ มีอยู่ประมาณหนึ่งในสาม  ซึ่งคนเหล่านี้เมื่ออายุถึงวัยที่ถูกกำหนดไว้ ก็ต้องเลิกทำงาน อย่างเช่นข้าราชการที่มีพระราชบัญญัติบำเหน็จบำนาญข้าราชการ  พ.ศ. 2494 ที่กำหนดอายุเกษียณราชการไว้ที่  60 ปีบริบูรณ์ หรือในภาคเอกชนที่แม้ไม่มีกำหนดไว้ในกฎหมาย แต่มักมีกำหนดไว้ในสัญญาว่าจ้าง

การกำหนดอายุเกษียณเช่นนี้เหมาะสมแล้วหรือไม่ ซึ่งหากพูดถึงความเหมาะสมก็คงต้องถามว่าเหมาะสมกับใคร  วันนี้ จึงขออนุญาตพูดถึงความเหมาะในสองแง่ คือต่อโครงสร้างประชากรของประเทศในปัจจุบัน  และต่อตัวผู้สูงอายุเอง

เมื่อมาดูข้อมูลโครงสร้างประชากรของประเทศไทย เรากำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงด้านโครงสร้างประชากรครั้งสำคัญ  ปัจจุบันคนไทยมีอายุยาวนานขึ้นมาก เปรียบเทียบกับเมื่อปีพ.ศ.2494  ที่เริ่มกำหนดอายุเกษียณข้าราชการ อายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดของชายไทยอยู่ที่  40 ปี และหญิงไทยอยู่ที่ 43 ปี แต่ด้วยวิวัฒนาการด้านสาธารณสุข  คนไทยมีสุขภาพที่ดีขึ้นมาก อายุคาดเฉลี่ยก็เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งปัจจุบันอายุคาดเฉลี่ยเมื่อแรกเกิดของชายไทยเพิ่มเป็น  70 ปีแล้ว และหญิงไทยเป็น 76 ปี

นอกจากคนไทยจะอยู่กันนานขึ้นแล้ว คนไทยเริ่มมีลูกกันน้อยลงด้วย และด้วยแนวโน้มทั้งสองนี้ประกอบกัน  เราจะมีคนวัยแรงงานที่เป็นผู้ค้ำจุนหลักในการหารายได้และขับเคลื่อนเศรษฐกิจน้อยลง แต่จะมีผู้ที่เกษียณอายุที่ต้องพึ่งพิงดูแลมากขึ้น  เราจะเจอสภาวะพึ่งพากันอย่างไม่สมดุล ซึ่งจะมีผลต่อความมั่นคงทางการคลังของประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  และจะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศชาติในที่สุด

สำหรับตัวผู้สูงอายุเอง การกำหนดอายุเกษียณเช่นนี้เหมาะสมหรือไม่ หากเราเทียบกับเมื่อ 60 ปีที่แล้ว คนอายุ 60 ปีในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังคงแข็งแรง กระฉับกระเฉง ปฏิภาณไหวพริบยังดีเยี่ยม ดังนั้นวยาคติ  (อคติแห่งวัย) ที่ว่าคนสูงอายุมีสุขภาพที่ไม่เอื้อต่อการทำงานต่อไป  อาจเป็นความคิดที่ล้าสมัยไปแล้วก็เป็นได้

แต่ท้ายที่สุดแล้ว เหมาะสมหรือไม่นั้นควรให้ผู้สูงอายุตัดสินเอง ว่าเขายังสามารถทำงานต่อได้หรือไม่  และยังอยากทำงานอยู่หรือเปล่า การที่สังคมกำหนดอายุบังคับเกษียณ คือการที่สังคมตัดสินเส้นทางเดินให้คนเหล่านี้ไว้แล้ว  ซึ่งเป็นการปิดกั้นโอกาสการทำงาน พูดอีกนัยหนึ่งคือปิดกั้นสิทธิ์ที่จะเลือกชะตากรรมของตัวเองในการทำงานต่อ  ทั้งที่อาจจะยังมีความสามารถและความต้องการทำงานอยู่

ทั้งหมดที่กล่าวมา อาจมีประเด็นอื่นๆ  อีกมากมายที่สำคัญและไม่ได้กล่าวถึง แต่คำถามสำคัญเรื่องนี้ อาจทำให้สังคมได้มีสติและร่วมกันหาทางออกได้อย่างรู้เท่าทัน  โดยอยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องศึกษาถึงผลกระทบต่างๆ อย่างถ่องแท้ เพื่อนำมากำหนดแนวนโยบายที่สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทสังคมไทย  เพื่อให้สังคมผู้สูงอายุที่เราจะเจอในอนาคต ทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข  ค้ำจุนและพึ่งพิงกันและกันอย่างลงตัว โดยภาระไม่ไปตกที่ภาคส่วนหนึ่งหรือสถาบันใดในสังคมจนเกินไป  รวมถึงการอยู่ในสังคมร่วมกันอย่างมีศักดิ์ศรี และมีสิทธิ์ที่จะเลือกเส้นทางการทำงานได้ด้วยตนเอง